น้ำฟักข้าว ผลไม้ป่าที่ทรงคุณค่า

 

เยื่อเมล็ดของฟักข้าวมีปริมาณเบตาแคโรทีนมาก กว่าแครอท 10 เท่า และ มีไลโคพีนมากกว่ามะเขือเทศ 12 เท่า และมีกรดไขมันขนาดยาวประมาณร้อยละ 10 ของมวล การกินบีตาแคโรทีนจากฟักข้าวพบว่าดูดซึมในร่างกายได้ดีเพราะละลายได้ในกรดไขมัน ประโยชน์ที่ได้จากสรรพคุณของน้ำฟักข้าว
- มีสารต้านอนุมูลอิสระสูงมาก
- มีปริมาณเบตาแคโรทีนมาก กว่าแครอต 10 เท่า
- มีไลโคพีนมากกว่ามะเขือเทศ 12 เท่า
- ช่วยป้องกันโรคหัวใจ โรคหัวใจขาดเลือด หลอดเลือดหัวใจ
- ควบคุมความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง
- ป้องกันและแก้ปัญหาโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก
- ช่วยบำรุงสายตา ป้องกันโรคเกี่ยวกับดวงตา
- ช่วยป้องกันโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร
- ช่วยป้องกันโรคมะเร็งปอด
- ป้องกันและยับยั้งการเกิดลิ่มเลือดในเส้นเลือด
- ป้องกันเส้นโลหิตในสมองแตก(สาเหตุของโรคอัมพฤกษ์,อัมพาต)
- โปรตีนในเมล็ดฟักข้าวมีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญของเชื้อเอชไอวี-เอดส์ และยับยั้งเซลล์มะเร็ง
- ช่วยขับเสมหะ เป็นยาระบายและใช้กลั้วคอ ลดการอักเสบลำคอ เจ็บคอ
- เหมาะสำหรับผู้ป่วยในระยะพักฟื้นและผู้มีปัญหาสุขภาพ มีโรคประจำตัว อ่อนแอขี้โรค

วิธีทำน้ำฟักข้าว
1. นำผลฟักข้าวสุกมาผ่าครึ่ง คว้านเอาเมล็ดสีแดงออก
2. นำเมล็ดฟักข้าวใส่ในภาชนะทรงกระบอก เติมน้ำต้มสุก 2 ถ้วย ตีด้วยตะกร้อตีไข่หรือส้อม ให้เยื่อหุ้มเมล็ดหลุดออกจากเมล็ด
(ระวังอย่าให้เมล็ดแตก เพราะเมล็ดมีฤทธิ์เป็นยาเบื่ออ่อนๆ ที่อาจทำให้อาเจียนและท้องเสียได้) กรอกเอาแต่น้ำสีแดง
3. เติมน้ำต้มสุกอีก 1 ถ้วย ตีจนเยื่อหุ้มเมล็ดหลุดออกมาจนหมดและน้ำที่ได้ใสขึ้น
4. นำน้ำฟักข้าวไปผสมกับน้ำผลไม้ชนิดอื่น เช่น เสาวรส สับปะรด ฝรั่ง เพื่อเพิ่มรสชาติ เนื่องจากน้ำฟักข้าวอาจรับประทานยากกว่าน้ำผลไม้ทั่วไปที่มีรสหวานหรือเปรี้ยวอมหวาน การนำไปผสมกับน้ำผลไม้จะช่วยรับประทานได้ง่ายขึ้น ขณะเดียวกันก็ได้คุณค่าสารอาหารเพิ่มมากขึ้นด้วยการนำมาทำเป็นยาเพื่อรับประทานนั้นไม่ได้มีแค่เท่านี้นะค่ะแต่เรายกมาแค่ 1 วิธีเท่านั้นแต่มีต่อฉบับหน้าอย่างแน่นอนค่ะ

 

ขอขอบคุณบทความดีๆจาก gacfruitq10.blogspot.com